DTP

งานวิจัยพระไตรปิฎก (TRC)

ศูนย์วิจัยพระไตรปิฎก (Tipiṭaka Research Center: TRC) ทำหน้าที่เป็นหน่วยวิจัยเฉพาะทางภายใต้โครงการพระไตรปิฎกฉบับธรรมชัย ประกอบด้วยคณะนักวิจัยนานาชาติผู้เชี่ยวชาญด้านคัมภีร์พระพุทธศาสนาและภาษาบาลี ทั้งพระภิกษุและนักวิชาการฆราวาสจากประเทศไทย เมียนมา ศรีลังกา อินเดีย ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร


พันธกิจหลักของ TRC คือการสืบค้น ประเมิน และคัดเลือกคัมภีร์พระไตรปิฎกใบลานที่ดีที่สุดจาก 4 สายจารีตหลัก ซึ่งคัมภีร์ชุดที่ได้รับการคัดเลือกอย่างรอบคอบเหล่านี้จะใช้เป็นข้อมูลตั้งตนสำหรับจัดทำพระไตรปิฎกเชิงวิชาการต่อไป การดำเนินงานนี้อาศัยกระบวนการวิพากษ์ข้อความ (Textual Criticism) อย่างเป็นระบบ โดยพิจารณาและเปรียบเทียบกับพระไตรปิฎกฉบับพิมพ์หลัก 4 ฉบับ ได้แก่ ฉบับ Pali Text Society (PTS) ฉบับฉัฏฐสังคายนา (Chaṭṭhasaṅgāyanā) ฉบับสยามรัฐ (Syāmaraṭṭha) และฉบับพุทธชยันตี (Buddhajayanti)

การคัดเลือกต้นฉบับที่ดีที่สุด

การคัดเลือกคัมภีร์ฉบับที่ดีที่สุดจากคลังต้นฉบับจำนวนมากที่เก็บรักษาอยู่ในประเทศต่าง ๆ ในสายเถรวาท เป็นภารกิจทางวิชาการที่ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบ ในขั้นต้น ต้นฉบับจะถูกจัดกลุ่มตามสายอักษรหลัก ได้แก่ อักษรสิงหล อักษรพม่า อักษรขอม อักษรธรรม และในบางกรณีรวมถึงอักษรมอญ

ภายในแต่ละสายอักษรนักวิจัยของ TRC จะดำเนินการจัดแบ่งต้นฉบับออกเป็นกลุ่มย่อย โดยพิจารณาจากเกณฑ์ทั้งภายในและภายนอกอาทิ อายุของต้นฉบับ แหล่งที่มาทางภูมิศาสตร์ ลักษณะคำอ่านที่แตกต่าง (Variant Readings) แบบแผนการเขียนอักขรวิธี และรูปแบบการใช้คำย่อ จากประสบการณ์พบว่า ในแต่ละสายต้นฉบับหลักมักสามารถจำแนกได้เป็นกลุ่มย่อยประมาณ 2-3 กลุ่ม

จากกลุ่มย่อยเหล่านี้ จะมีการคัดเลือกใบลานซึ่งเป็นตัวแทนของแต่ละกลุ่ม โดยมักให้ความสำคัญกับต้นฉบับที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดเท่าที่ค้นพบ เพื่อใช้เป็นแหล่งข้อมูล ซึ่งแต่ละสายอักษรอาจคัดเลือกใบลานได้สูงสุดถึง 5 ฉบับ ดังนั้น การจัดทำหนังสือพระไตรปิฎกฉบับธรรมชัยหนึ่งเล่มต้องอาศัยคัมภีร์ใบลานประมาณ 20-25 มัด

กระบวนการจัดทำพระไตรปิฎกฉบับธรรมชัย

การจัดทำพระไตรปิฎกเชิงวิชาการดำเนินการผ่านระบบฐานข้อมูลเฉพาะทางที่เรียกว่า Indic Text Analysis Program (ITAP) ที่พัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้นักวิจัยสามารถตรวจสอบและเปรียบเทียบข้อความ (Textual Collation) กับภาพใบลาน รวมทั้งวิเคราะห์ข้อมูลในขั้นต้น ก่อนส่งต่อให้นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญทั้งภาษาบาลีและศาสตร์ต่าง ๆที่เกี่ยวข้องเช่น นิรุกติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เป็นต้น ผู้เป็นบรรณาธิการหลักเพื่อพิจารณา ตรวจทาน และปรับแก้ในขั้นสุดท้ายผ่านโปรแกรม Editing Program

ตลอดกระบวนการจะมีการประชุมอภิปรายประจำสัปดาห์เพื่อพิจารณาตัดสินวิเคราะห์คำอ่านต่างสายอักษร (Variant Readings) ที่ยากต่อการตัดสินใจ และกำหนดหลักเกณฑ์การตรวจชำระให้มีมาตรฐานเดียวกัน นอกจากนี้ นักวิจัยยังนำเสนอประเด็นสำคัญหรือประเด็นที่ซับซ้อนยากต่อการตัดสินใจในสัมมนาวิชาการประจำปี ซึ่งมีคณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิชาการร่วมให้ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไข

เมื่อการพิจารณาคำอ่านต่างสายเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะเผยแพร่ผลงานการศึกษาวิเคราะห์เป็นรูปแบบสิ่งพิมพ์และดิจิทัล ภายใต้ชื่อ “Dhammachai Tipitaka Edition” ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งอ้างอิงสำหรับการเปรียบเทียบความแตกต่างของคำอ่านระหว่างคัมภีร์พระไตรปิฎกใบลานต่างสายจารีต รวมถึงพระไตรปิกฉบับพิมพ์ที่ใช้อย่างแพร่หลายอยู่ในปัจจุบันดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพระไตรปิฎกฉบับธรรมชัยในรูปแบบดิจิทัล ที่ผู้อ่านสามารถเปิดดูภาพหลักฐานคัมภีร์ใบลานต้นฉบับและพระไตรปิฎกฉบับพิมพ์ขึ้นมาศึกษาเปรียบเทียบคู่กัน เพื่อดูคำอ่านต่างสายได้แบบคำต่อคำ

คุณูปการทางวิชาการและวิสัยทัศน์ระยะยาว

ทางโครงการฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดทำพระไตรปิฎกฉบับธรรมชัย ที่ใช้หลักฐานต้นฉบับปฐมภูมิ คือ คัมภีร์ใบลานที่คัดเลือกมาอย่างดีนี้ จะเป็นพื้นที่ให้นักวิชาการจากทั่วทุกมุมโลกได้เข้ามาสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ด้านพระไตรปิฎกบาลี อันจะก่อให้เกิดความก้าวหน้าต่อการศึกษาภาษาบาลีและพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง

ควบคู่กันนั้น โครงการฯ ยังมุ่งพัฒนาฐานข้อมูลพระไตรปิฎกดิจิทัลที่มีความครอบคลุมและเชื่อถือได้ เพื่อรองรับการวิจัยระยะยาวและการศึกษาทางวิชาการในอนาคต ความพยายามอย่างต่อเนื่องนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างคุณูปการที่ยั่งยืนต่อการศึกษาพระพุทธศาสนาในยุคต้น และการอนุรักษ์มรดกทางคัมภีร์ของพระพุทธศาสนา