Works

การผสานเทคโนโลยี (DHC)

ศูนย์มนุษยศาสตร์ดิจิทัล (Digital Humanities Center: DHC) มีบทบาทสำคัญในการกำกับ ดูแล และบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในทุกขั้นตอนของโครงการพระไตรปิฎกฉบับธรรมชัย ตั้งแต่การสำรวจและอนุรักษ์คัมภีร์ใบลาน การปริวรรตและตรวจชำระต้นฉบับ ไปจนถึงการเผยแพร่พระไตรปิฎกเชิงวิชาการในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาทางพุทธศาสนาในยุคปัจจุบัน


การอนุรักษ์และจัดการไฟล์ภาพดิจิทัล

DHC ทำหน้าที่กำกับดูแลการพัฒนาระบบฐานข้อมูลสำหรับการสำรวจ การลงทะเบียน และการจัดเตรียมไฟล์ภาพคัมภีร์ใบลานเพื่อการศึกษาวิจัย โดยมีโปรแกรมสำคัญดังต่อไปนี้

Manuscript Survey (MSS)

โปรแกรมสำหรับบันทึกข้อมูลแหล่งคัมภีร์ใบลานที่ศูนย์อนุรักษ์คัมภีร์โบราณ (CPAM) ดำเนินการสำรวจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ระบบนี้จัดเก็บรายละเอียดของแต่ละแหล่งอย่างเป็นระบบ เพื่ออำนวยความสะดวกในการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่เก็บรักษาใบลาน และช่วยป้องกันความซ้ำซ้อนของการสำรวจในอนาคต


Manuscript Journey (MSJ)

ระบบทะเบียนคัมภีร์ใบลานที่ผ่านกระบวนการอนุรักษ์และบันทึกภาพดิจิทัลแล้ว โดยจัดเก็บเมทาดาทาและข้อมูลสำคัญของคัมภีร์พระไตรปิฎกใบลานทุกมัด เช่น แหล่งที่มา ประเภทอักษร จำนวนใบลาน ขนาด สภาพต้นฉบับ และรายละเอียดอื่น ๆ การจัดระบบข้อมูลในลักษณะนี้ช่วยอำนวยความสะดวกต่อการคัดเลือกใบลานที่สมบูรณ์ที่สุดเพื่อนำมาจัดทำพระไตรปิฎกฉบับธรรมชัย


Application of Palm-leaf Manuscript Segmentation (APMS)

เนื่องจากโครงการฯ จัดระบบถ่ายภาพใบลานเป็นแบบ 5 ใบต่อหนึ่งภาพ เป็นหน้าคู่และหน้าคี่ จึงจำเป็นต้องมีโปรแกรมสำหรับตัดแยกภาพคัมภีร์ใบลานให้เป็นภาพรายใบ (individual folios) และนำมาจัดเรียงลำดับใหม่ ซึ่งโปรแกรม APMS นี้สามารถตัดภาพ จัดเรียงไฟล์ตามเลขหน้าโดยอัตโนมัติ และประทับลายน้ำเพื่อระบุแหล่งที่มาของคัมภีร์ใบลาน เป็นการเตรียมภาพใบลานให้พร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการปริวรรตถ่ายทอด


การปริวรรตต้นฉบับ

Online Data Entry of Manuscript (ODEM)

DHC ดูแลการพัฒนาโปรแกรม ODEM เพื่อรองรับกระบวนการปริวรรตต้นฉบับ โดยเจ้าหน้าที่ของศูนย์ศึกษาคัมภีร์โบราณ (CSAM) จะอ่านและปริวรรตคัมภีร์พระไตรปิฎกใบลานจากอักษรถิ่นต่างๆ เป็นอักษรบาลีโรมันผ่านระบบออนไลน์ดังกล่าว ระบบนี้มีฟังก์ชันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการทำงาน เช่น

  • การย่อ–ขยายภาพคัมภีร์ใบลาน

  • เครื่องมือสำหรับใส่อักขระพิเศษและสัญลักษณ์ที่แสดงลักษณะการเขียนของผู้จาร เช่น การแก้ไข การลบ หรือการเพิ่มคำ

  • ระบบตรวจสอบความถูกต้องระหว่างผู้ปริวรรตที่ทำงานเป็นคู่

กระบวนการดังกล่าวช่วยให้มั่นใจได้ถึงความถูกต้องของข้อมูลและความสอดคล้องภายในฐานข้อมูลโดยรวม

การจัดแนวข้อความและการชำระด้วยระบบคอมพิวเตอร์

Indic Text Analysis Program (ITAP) & Editing Program (EP)

โปรแกรม ITAP ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลที่ได้จากระบบ ODEM และจัดแนวคำอ่านของต้นฉบับต่าง ๆ ให้เป็นตารางเปรียบเทียบแบบคำต่อคำ (Synoptic Alignment Table) โดยอัตโนมัติ ทำให้นักวิชาการสามารถเห็นความแตกต่างของคำอ่านในแต่ละต้นฉบับได้อย่างชัดเจน

หลังจากนักวิชาการตรวจสอบและแก้ไขความคลาดเคลื่อนแล้ว ข้อมูลจะถูกส่งต่อไปยังโปรแกรม EP เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจชำระเชิงวิชาการ โดยนักวิชาการจะพิจารณาคำอ่านแต่ละตำแหน่งอย่างละเอียดบนพื้นฐานของหลักฐานจากต้นฉบับและข้อมูลประกอบอื่น ๆ พร้อมทั้งให้น้ำหนักแก่คัมภีร์ใบลานจากทุกสายจารีตอย่างเท่าเทียมกัน ทุกขั้นตอนดำเนินไปตามหลักวิชาการและมีการบันทึกข้อมูลไว้อย่างโปร่งใส เพื่อให้ได้ข้อความที่ถูกต้องและเป็นกลางที่สุด

การเผยแพร่พระไตรปิฎกฉบับธรรมชัย

D-Tipitaka Program

ภายหลังการตรวจสอบและตรวจชำระต้นฉบับเสร็จสิ้น ผลงานของโครงการพระไตรปิฎกฉบับธรรมชัยจะเผยแพร่ใน 2 รูปแบบ ได้แก่

  • ฉบับจัดพิมพ์เป็นรูปเล่ม

  • ฉบับดิจิทัลออนไลน์ ผ่านโปรแกรม D-Tipitaka

โปรแกรม D-Tipitaka ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ศึกษาเข้าถึงพระไตรปิฎกฉบับธรรมชัยได้อย่างยืดหยุ่นผ่านรูปแบบการแสดงผลหลายลักษณะ เช่น Book View, Text View, และ Synoptic View

จุดเด่นของระบบคือความสามารถในการแสดง Apparatus ของคำอ่านต่างสายแบบคำต่อคำ ผู้ใช้สามารถคลิกที่คำใดคำหนึ่งในข้อความ ระบบจะแสดงหน้าต่างข้อมูลที่รวบรวมคำอ่านต่างสายจากคัมภีร์ใบลานมากกว่า 20 ชุด พร้อมทั้งข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับพิมพ์สำคัญอีก 4 ฉบับ ทำให้ผู้ศึกษาสามารถตรวจสอบความแตกต่างของข้อความและสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างหลักฐานต้นฉบับได้อย่างสะดวก

บทสรุป

อาจกล่าวได้ว่า ศูนย์มนุษยศาสตร์ดิจิทัล (DHC) ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับศาสตร์ทางมนุษยศาสตร์ ผ่านระบบการจัดการข้อมูลแบบครบวงจร ตั้งแต่การอนุรักษ์ต้นฉบับ การปริวรรต การจัดแนวข้อความ การตรวจชำระเชิงวิชาการ ไปจนถึงการเผยแพร่ผลงานในรูปแบบดิจิทัล


ด้วยบทบาทดังกล่าว DHC จึงเป็นสะพานเชื่อมระหว่างภูมิปัญญาทางคัมภีร์โบราณกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และเป็นต้นแบบของการพัฒนางานมนุษยศาสตร์เชิงดิจิทัลที่มีมาตรฐานและยั่งยืนสำหรับการศึกษาพระพุทธศาสนาในยุคปัจจุบัน