งานปริวรรตและศึกษาคัมภีร์โบราณ (CSAM)
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการสร้างฐานข้อมูลพระไตรปิฎก โครงการพระไตรปิฎกฉบับธรรมชัยได้นำคัมภีร์ใบลานจากหลากสายจารีตที่ผ่านกระบวนการคัดเลือกอย่างเป็นระบบมาใช้ในการจัดทำพระไตรปิฎกวิชาการฉบับพิมพ์และฉบับอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเอื้อให้นักวิชาการและผู้อ่านสามารถเข้าถึงเนื้อหาพระไตรปิฎกและภาพคัมภีร์ใบลานต้นฉบับได้โดยสะดวก
การจัดทำฐานข้อมูลขนาดใหญ่เช่นนี้ยังไม่เคยมีที่ใดทำมาก่อน จึงนับเป็นสิ่งใหม่ที่ยากและท้าทายอย่างยิ่ง แต่เชื่อมั่นว่าผลงานชิ้นนี้จะเป็นคุณูปการต่อวงการบาลีและพุทธศาสตร์ศึกษาอย่างแน่นอน
ศูนย์ศึกษาคัมภีร์โบราณ (Center for the Studies of Ancient Manuscripts :CSAM) มีหน้าที่สร้างฐานข้อมูลและรวบรวมองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับคัมภีร์ใบลาน ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ชาวท้องถิ่น ใน 3 ประเทศ โดยแต่ละประเทศจะรับผิดชอบงานอ่านคัมภีร์ใบลานในแต่ละสายอักษร ดังนี้
อักษรสิงหล – ประเทศศรีลังกา
อักษรพม่า (รวมถึงใบลานอักษรมอญ) – ประเทศเมียนมา
อักษรขอมและอักษรธรรม – ประเทศไทย
ทีมงานในแต่ละประเทศประสานความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มาตรฐานการถอดอักษรมีความสอดคล้องกันในทุกสายอักษร
เจ้าหน้าที่อ่านข้อมูลจะอ่านและปริวรรตอักษรผ่านระบบออนไลน์ชื่อ ODEM (Online Data Entry System of Manuscripts) ที่ออกแบบให้แสดงภาพคัมภีร์ใบลานพร้อมเนื้อความตั้งต้นที่นำมาจากพระไตรปิฎกบาลีฉบับฉัฏฐสังคีติ และเอื้อให้ทำงานเป็นคู่ คือ เจ้าหน้าที่ 2 คน ต่างก็สามารถเปิดอ่านคัมภีร์ใบลานหน้าเดียวกันในเวลาเดียวกันได้
โดยผู้อ่านจะป้อนข้อมูล ตรวจสอบ และปรับเนื้อความตั้งต้นให้ตรงกับเนื้อความตามที่ปรากฏจริงบนคัมภีร์ใบลานตามหลักการ “ป้อนข้อมูลตามที่เห็นจริง” โดยพิจารณาบริบทและรูปแบบลายมือของผู้จารประกอบด้วย นอกจากนี้ ผู้อ่านจะต้องบันทึกข้อมูลอื่น ๆ ของใบลานลงในโปรแกรมด้วย เช่น ข้อความที่ผู้จารเขียนเพิ่ม ข้อความที่มีการแก้ไข และความชำรุดของใบลาน เป็นต้น
เมื่อป้อนข้อมูลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้อ่านจะนำงานที่ปริวรรตมาเปรียบเทียบกับคู่ของตนเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง เนื้อหาจุดใดที่ผู้อ่าน 2 คน อ่านไม่ตรงกัน โปรแกรมจะแสดงจำนวนจุดต่างเพื่อให้เจ้าหน้าที่กลับไปตรวจสอบและแก้ไขจนกว่าค่าความต่างจะเป็นศูนย์
จากนั้นงานที่ผ่านการแก้ไขจนถูกต้องจะส่งต่อให้บุคคลที่ 3 ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบขั้นสุดท้าย (Final checker) เพื่อตรวจความถูกต้องอีกรอบหนึ่งก่อนส่งต่อให้แผนกวิจัยต่อไป
ด้วยกระบวนการหลายชั้น การปริวรรตถ่ายถอดอักษร การตรวจสอบ และการศึกษาวิเคราะห์เชิงลึก จึงอาจกล่าวได้ว่า ฐานข้อมูลพระไตรปิฎกบาลีอักษรโรมันที่จัดทำขึ้นนั้น
ตั้งอยู่บนหลักฐานต้นฉบับปฐมภูมิของทุกสายจารีตหลักอย่างแท้จริง
เชื่อมโยงกับภาพดิจิทัลความละเอียดสูงที่มีมาตรฐานและง่ายต่อการตรวจสอบ
มีโครงสร้างรองรับการใช้ประโยชน์ทางวิชาการในระยะยาวและการวิจัยที่ยั่งยืน